จังหวัดยะลา
Uncategorized

จังหวัดยะลา เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 11 ของไทย มัสยิดฝ่าฝืนละหมาด

Spread the love

จังหวัดยะลา เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 11 ของไทย มัสยิดฝ่าฝืนละหมาด  (31 มีนาคม 2563)  นายชัยสิทธิ์ พานิชพงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เปิดเผยว่า มีรายงานสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่ เรื่องมัสยิดภายใน อ.ยะหาก ว่า 22 แห่ง ยังมีการละหมาดในทุกๆวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยก่อนวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ ได้มีการติดประกาศเรื่องการยกเลิกการละหมาดจากสำนักจุฬาราชมนตรี ที่มีการลงนามโดยจุฬาราชมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด ไปก่อนหน้านี้แล้ว

โดยในการประชุมของทางปลัดอำเภอ ให้ข้อมูลกล่าวอ้างถึงอิหม่ามในบางมัสยิดให้เหตุผลว่า นึกว่าการห้ามละหมาดทุกๆวันศุกร์จะเริ่มขึ้นภายในวันศุกร์หน้านี้  ในบางมัสยิดก็ยังมีการขัดขืนไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้ นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าตรวจสอบ โดยมีผู้กำกับการตำรวจ สภ.ยะหาและเจ้าหน้าที่หน่วยงานเฉพาะกิจของจังหวัดยะลา รวมกับทางคณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา เพื่อร่วมทำการหารือกันอีกต่อไป

ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ อ.ยะหา พบผู้ป่วยโควิต-19 แล้วทั้งหมดจำนวน 3 ราย  ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคทั้งหมดประมาณ 10 ราย ผู้ที่ถูกสัมผัสโดยผู้ป่วยทั้งหมดประมาณ  16 ราย และมีผู้ที่เฝ้าระวังอาการครบทั้งหมด 14 วัน

แล้วประมาณ  55 ราย โดยผู้ป่วยโควิดในบางราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์ของทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลๆ หนึ่งใน อ.ยะหา ส่งผลทำให้ต้องปิดให้บริการอยู่ในตอนนี้

ส่วนที่ โรงพยาบาลยะลา มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกจำนวน  1 ราย  เป็นเคสที่ส่งต่อมาจากยะหาของเมื่อวานนี้  มีโรคประจำตัวด้วย คือ โรคเบาหวาน เป็นไตวายเรื้อรัง ประวัติการเดินทางไปร่วมงานแต่งงานที่ ประเทศมาเลเซีย เมื่อประมาณ วันที่ 7 มีนาคม 2563  เริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่  20 มีนาคม 2563 และวันที่ 23 มีนาคม 2563  มารักษาที่โรงพยาบาลยะหา  เป็นผู้ป่วยนอก อาการไม่ดีขึ้น วันที่ 27 มีนาคม 2563  เข้ารับการรักษา มีไข้ 39.1 ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหัว  มีปอดอักเสบ โรงพยาบาลยะหาส่งต่อมาที่โรงพยาบาลยะลา เมื่อประมาณ วันที่ 28 มีนาคม 2563 เสียชีวิตแล้ว  31 มีนาคม 2563 เวลาประมาณ  08.15 น.

ด้าน นาย พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้เร่งทำการติดตั้งตู้และระบบภายใน เพื่อติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนให้ แก่ทางโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ลดภาระการทำงานและกำลังคน เพื่อนำไปใช้ในการสู้โควิด 19 ให้แก่ชาวยะลากันต่อไปนั่นเอง

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *